การปรับปรุงเทคนิคในการวิเคราะห์คลอไรด์ในพืชทนเค็ม


ชื่อเรื่อง การปรับปรุงเทคนิคในการวิเคราะห์คลอไรด์ในพืชทนเค็ม ผู้ดำเนินการ 1. นางสาวสรวงธิดา ลิปิมงคล 2. นางไพลิน บุญวิทยา บทคัดย่อ           การปรับปรุงเทคนิคในการวิเคราะห์คลอไรด์ในพืชทนเค็ม โดยการนำตัวอย่างพืชทนเค็มจำนวน 130 ตัวอย่าง โดยแบ่งตัวอย่างพืชตามปริมาณคลอไรด์ออกเป็น 2 ระดับๆละ 65 ตัวอย่าง คือส่วนของพืชที่มีปริมาณคลอไรด์ต่ำ ได้แก่ส่วนของต้นที่อยู่เหนือดิน กับส่วนของพืชที่มีปริมาณคลอไรด์สูง ได้แก่ส่วนของรากที่อยู่ใต้ดินมาวิเคราะห์หาคลอไรด์ตามวิธี Mohr ซึ่งจะต้องย่อยสลายให้เป็นเถ้า(dry ashing) ที่แตกต่างกัน 5 วิธีการดังต่อไปนี้          วิธีที่ 1 ชั่งน้ำหนักตัวอย่างพืช 1 กรัม(อย่างละเอียด)เติมแคลเซียมคลอไรด์ 0.4 กรัม ใช้อุณหภูมิในการเผา ที่ 550 ?c เป็นเวลา 90 นาที เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ในห้องปฏิบัติการปัจจุบัน            วิธีที่ 2 ชั่งน้ำหนักตัวอย่างพืช 0.5 กรัม (อย่างละเอียด) สำหรับพืชที่มีคลอไรด์ต่ำ และเติมแคลเซียม ออกไซด์ 0.2 กรัมหรือ ชั่งน้ำหนักตัวอย่างพืช0.25กรัม(อย่างละเอียด) สำหรับพืชที่มีคลอไรด์สูง และเติมแคลเซียมออกไซด์ 0.1 กรัม ใช้อุณหภูมิในการเผาที่ 450?c เป็นเวลา 90 นาที          วิธีที่ 3 ปฏิบัติเหมือนวิธีที่ 2 แต่ใช้อุณหภูมิในการเผาที่ 500 ?c เป็นเวลา 90 นาที          วิธีที่ 4 ปฏิบัติเหมือนวิธีที่ 2 แต่ใช้อุณหภูมิในการเผาที่ 550 ?c เป็นเวลา 60 นาที          วิธีที่ 5 ปฏิบัติเหมือนวิธีที่ 4 แต่ใช้อุณหภูมิในการเผาที่ 550 ?c เป็นเวลา 90 นาที ผลปรากฏว่าค่าวิเคราะห์เปรียบเทียบที่ได้ โดยเฉพาะพืชที่มีค่าคลอไรด์สูงมีค่าใกล้เคียงกันกล่าวคือ มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ให้ความสัมพันธ์เป็นเส้นตรง แสดงค่าร้อยละ Coefficient of determination (R2) เท่ากับ 82-96 วิธีที่ดีที่สุดคือวิธีที่ 5 ให้ค่า R2 เท่ากับร้อยละ 96 รองลงไปคือ วิธีที่ 3 และวิธีที่ 4 ให้ค่า R2 เท่ากับร้อยละ 91 และ 90 ตามลำดับ ส่วนวิธีที่ 2 ให้ R2 เท่ากับร้อยละ 82 น้อยกว่าวิธีอื่นในทำนองเดียวกันสำหรับพืชที่มีคลอไรด์ต่ำ แสดงค่าร้อยละ Coefficient of determination (R2) เท่ากับ 77-92 วิธีที่ดีที่สุดคือวิธีที่ 5 รองลงไปคือวิธีที่ 3 และวิธีที่ 4 ให้ค่า R2 เท่ากับร้อยละ 92 87 และ 84 ตามลำดับ วิธีที่ 2 ให้ค่า R2 ต่ำมีความคลาดเคลื่อนและเบี่ยงเบนสูง  ดังนั้นวิธีที่ 5 เป็นวิธีที่ดีที่สุดทั้งคลอไรด์ต่ำและคลอไรด์สูง อีกทั้งยังประหยัดสารเคมีในการวิเคราะห์ลดลงครึ่งหนึ่ง          เมื่อพิจารณาจากการประหยัดพลังงานไฟฟ้าของเตาเผาไฟฟ้า พบว่า ค่าคลอไรด์ต่ำและคลอไรด์สูงไปในแนวทางเดียวกัน กล่าวคือ วิธีการที่ 4 ประหยัดพลังงานไฟฟ้ามากที่สุด ใช้เพียง 23,562 วัตต์ รองลงไปคือวิธีการที่ 3 และ วิธีการที่ 2คือใช้ปริมาณไฟฟ้า 23,899 วัตต์ และ 24,123 วัตต์ ตามลำดับ ส่วนวิธีการที่ 1 และ วิธีการที่ 5 ใช้ปริมาณพลังงานไฟฟ้าเท่ากัน คือ 26,928 วัตต์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *