สมบัติทางเคมีและกายภาพของดินจอมปลวกในพื้นที่บางแห่งของประเทศไทย


ชื่อเรื่อง สมบัติทางเคมีและกายภาพของดินจอมปลวกในพื้นที่บางแห่งของประเทศไทย ผู้ดำเนินการ 1. นางนิตยาพร ตันมณี 2. นางสุจจารี พินิจ 3 . นายประสาท โพอุทัย บทคัดย่อ           การศึกษาปริมาณจอมปลวกในพื้นที่ต่าง ๆ สามารถสรุปได้ว่ามีปริมาณจอมปลวกในป่าธรรมชาติมากกว่าป่าไผ่ สวนยางและสวนกฐินณรงค์ สวนยูคาลิปตัส กฐินยักษ์ พื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง และพื้นที่นาข้าว ตามลำดับ เนื่องจากในพื้นที่ป่าธรรมชาติมีมวลชีวภาพปริมาณสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ปลวกสามารถใช้เป็นอาหารและวัสดุสร้างจอมปลวกได้ทำให้มีปริมาณจอมปลวกสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ          สมบัติทางเคมีของดินผิวจอมปลวก ดินเชิงจอมปลวกและดินรอบจอมปลวก พบว่า ค่าเฉลี่ย pH ของดินผิวจอมปลวก (5.46) สูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (5.04) และดินรอบจอมปลวก (5.04) ค่าเฉลี่ย EC ของดินผิวจอมปลวก (90.33 ?S/cm) ต่ำกว่าดินเชิงจอมปลวก (92.46 ?S/cm) และทั้ง 2 จุดมีค่าสูงกว่าดินรอบจอมปลวก (80.70 ?S/cm) ปริมาณเฉลี่ย OM ของดินผิวจอมปลวก (3.96 %) มีค่าสูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (2.46 %)และดินรอบจอมปลวก (2.54 %) เนื่องจากปลวกขนย้ายอินทรียวัตถุจากดินบริเวณรอบจอมปลวกมาเป็นอาหารและขับถ่ายออกมา จึงทำให้มีอินทรียวัตถุปริมาณสูงกว่าจุดอื่นๆ ปริมาณเฉลี่ย P ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในดินผิวจอมปลวก (13.95 mg/Kg) สูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (7.45 mg/Kg) และดินรอบจอมปลวก (5.27 mg/Kg) ปริมาณเฉลี่ย N ทั้งหมดในดินผิวจอมปลวกมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 0.14 มีปริมาณสูงกว่าดินเชิงจอมปลวกซึ่งมีค่าร้อยละ 0.08 และดินรอบจอมปลวกมีค่าร้อยละ 0.06 ค่าเฉลี่ย CEC ของดินผิวจอมปลวก (15.66 me/100g soil) สูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (5.69 me/100 g soil) และดินรอบจอมปลวก (4.46 me/100g soil) ตามลำดับ ค่าเฉลี่ย % base saturation ของดิน ผิวจอมปลวกมีค่าร้อยละ 70.13 มีค่าต่ำกว่าดินเชิงจอมปลวกซึ่งมีค่าร้อยละ 77.85 และดินรอบจอมปลวกที่มีค่าร้อยละ 75.65 ค่าเฉลี่ย exchangeable cations (Ca+2, Mg+2, K+ และ Na+) ดังนี้ Ca+2 ในดินผิวจอมปลวก (5.96 me/100g) มีค่าสูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (2.95 me/100g) และดินรอบจอมปลวก (1.93 me/100g) Mg+2 ในดินผิวจอมปลวก (2.26 me/100g) มีค่าสูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (1.16 me/100g) และดินรอบจอมปลวก (0.74 me/100g) K+ ในดินผิวจอมปลวก (0.81 me/100g) มีค่าสูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (0.24 me/100g) และดินรอบจอมปลวก (0.18 me/100g)Na+ ในดินผิวจอมปลวก (0.61 me/100g) สูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (0.33 me/100g) และดินรอบจอมปลวก (0.31 me/100g) จุลธาตุ Fe, Mn, Cu และ Zn ค่าเฉลี่ย Fe ในดินผิวจอมปลวก (145.00 mg/kg) มีค่าสูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (107.85 mg/kg) และดินรอบจอมปลวก (79.10 mg/kg) ค่าเฉลี่ยของ Mn ในดินเชิงจอมปลวก (74.78 mg/kg) สูงกว่าดินผิวจอมปลวก (68.39 mg/kg) และดินรอบจอมปลวก (57.12 mg/kg) ค่าเฉลี่ย Cu ในดินผิวจอมปลวก (3.12 mg/kg) มีค่าสูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (1.60 mg/kg) และดินรอบจอมปลวก (0.86 mg/kg) ค่าเฉลี่ย Zn ในดินผิวจอมปลวก (2.37 mg/kg) มีค่าสูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (0.92 mg/kg) และดินรอบจอมปลวก (1.29 mg/kg) สมบัติทางกายภาพของดินผิวจอมปลวก ดินเชิงจอมปลวกและดินรอบจอมปลวกสรุปได้ดังนี้ Particle size distribution ผลจากการวิเคราะห์สามารถสรุปค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ ดินผิวจอมปลวกมีอนุภาคดินเหนียว (23.45) สูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (15.10) และดินรอบจอมปลวก (13.67) ความหนาแน่นรวมเฉลี่ยหน่วยกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ดินผิวจอมปลวก (1.36) ดินเชิงจอมปลวก (1.32) และดินรอบจอมปลวก (1.36) มีค่าใกล้เคียงกัน ค่า moisture retention ที่ 1/3 bar เฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ ดินผิวจอมปลวก (26.26) สูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (12.98) และดินรอบจอมปลวก (10.40) ที่ 15 bar ดินผิวจอมปลวก (15.11) สูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (5.98) และดินรอบจอมปลวก (5.20) ค่า available water เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ ดินผิวจอมปลวก (7.98) สูงกว่าดินเชิงจอมปลวก (6.75) และดินรอบจอมปลวก จากสมบัติทางเคมีของดิน สามารถสรุปได้ว่าความอุดมสมบูรณ์ของดินผิวจอมปลวก และดินเชิงจอมปลวก สูงกว่าดินรอบจอมปลวก สมบัติทางกายภาพของดิน พบว่าดินผิวจอมปลวกในทุกพื้นที่ของการทดลองมีอนุภาคดินเหนียวสูงกว่าดินรอบจอมปลวก ยกเว้นในพื้นที่นา และมีอนุภาคทรายน้อยกว่าดินรอบจอมปลวก ซึ่งสอดคล้องกับผลงานวิจัยของPendleton (1941) สำเนาและอรพินท์ (2519) ที่ได้ทำไว้เกี่ยวกับดินจอมปลวกในประเทศไทย นอกจากนี้ ในต่างประเทศยังมีงานวิจัยสนับสนุนเกี่ยวกับพฤติกรรมการขนดินเหนียวของปลวกทุกชนิดจากบริเวณใกล้เคียงนำมาสร้างรังปลวก (Lal, 1987) และงานวิจัยของ Kang (1978); Okwakol (1988); Lobry de Brayn และ Conacher (1990) และ Brouwer และคณะ. (1991) ได้   สรุปไว้ว่าดินจอมปลวกมีอนุภาคขนาดดินเหนียวมากกว่าดินซึ่งไม่ใช่ดินจอมปลวก              ผลการวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย moisture retention ของดินจอมปลวกที่ 1/3 bar พบว่าดินผิวจอมปลวกมีค่า moisture retention สูงกว่าดินเชิงจอมปลวกและดินรอบจอมปลวก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Huligalle และ Ndi (1993)           จำนวนของจอมปลวกเพิ่มขึ้น จากในป่าธรรมชาติมากกว่าในสวนป่า และมากกว่าพื้นที่เพาะปลูก ผลจากการวิเคราะห์ตัวอย่างดินผิวจอมปลวก ดินเชิงจอมปลวก และดินรอบจอมปลวก ในพื้นที่ต่างๆ กัน พอจะสรุปได้ว่า ดินจอมปลวกมีความอุดมสมบูรณ์สูงกว่าดินรอบจอมปลวก ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เชื่อถือตามความคิดเห็นเท่านั้น แต่ควรจะมีการทดลองให้ทราบเกี่ยวกับการปรับปรุงบำรุงดิน ให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ เช่นเดียวกับดินจอมปลวก เกษตรกรจะได้ไม่ต้องไปตระเวนหาดินจอมปลวกจากที่ต่างๆ ปัจจุบันมีการปลูกอ้อยในพื้นที่ทั่วไป โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการใช้ยากำจัดปลวกในพื้นที่ปลูกอ้อย การนำดินจอมปลวกจากพื้นที่ปลูกอ้อยไปใช้ จะต้องระมัดระวังถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อเกษตรกรด้วย          เนื่องจากผลงานวิจัยได้จากการศึกษาดินผิวจอมปลวกซึ่งเป็นดินระยะเริ่มแรกของการสร้างจอมปลวก ไม่ได้เป็นตัวแทนของดินจอมปลวกทั้งหมด ซึ่งศึกษาโดยสำเนาและอรพินท์ (2519) สรุปว่าดินจอมปลวกมีค่า pH 8.2-8.4

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *