ลักษณะโครงสร้าง ชนิดและปริมาณช่องว่างในดินนาภาคกลางบางชุดดิน


ชื่อเรื่อง ลักษณะโครงสร้าง ชนิดและปริมาณช่องว่างในดินนาภาคกลางบางชุดดิน ผู้ดำเนินการ 1. นายประมวลพงษ์ สินธุเสน 2. นายสถิระ อุดมศรี 3. นางสาวหทัยรัตน์ พิชัยรงค์ บทคัดย่อ           จากการวิจัยลักษณะโครงสร้าง ชนิด และปริมาณของช่องว่างที่พบในดินนาสภาพธรรมชาติบริเวณภาคกลาง 9 ชุดดิน พบว่า ลักษณะโครงสร้างของดินเป็นโครงสร้างชนิด Subangular blocky structure ใน ชุดดินสระบุรี, ชุดดินรังสิต, ตอนล่างของหน้าตัดดินในชุดดินมโนรมย์, ชุดดินมหาโพธิ์ และชุดดินองครักษ์ ส่วนชุดดินที่พบโครงสร้างชนิด Vesicular structure ได้แก่ ชุดดินท่าขวาง ชุดดินธัญบุรี และในตอนล่างของหน้าตัดดินชุดดินหินกอง สำหรับโครงสร้างดินชนิดที่เรียกว่า Vughy มักพบอยู่ในตอนบนของหน้าตัดดิน ได้แก่ ตอนบนของหน้าตัดดินในชุดดินเดิมบาง ชุดดินมโนรมย์ และชุดดินหินกอง ซึ่งช่องว่างชนิดดังกล่าวมักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในดิน หรือการผุพังสลายตัวของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆในดินรวมถึงพืชและสัตว์ อย่างไร ก็ตามลักษณะโครงสร้างทั้งหมดก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะของช่องว่างที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อดินถูกเปลี่ยนแปลงสภาวะจากสภาพดินเปียกไปสู่ดินแห้ง หรือได้รับความร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น โดยช่องว่างที่เกิดขึ้นจากการยืดหดตัวของดินจะปรากฏในลักษณะที่เป็น planar voids และช่องว่างที่เกิดจากการขยายตัวของมวลอากาศก็จะปรากฏลักษณะที่เป็นทรงกลมที่เรียกว่า vesicles ซึ่งปรากฏว่า ชุดดินองครักษ์ในระดับความลึก 54/56-80/82 เซนติเมตร พบลักษณะช่องว่างที่เกิดจากการยืดหดตัวของดินสูงสุดถึง 20% เนื่องจากปัจจัยที่สำคัญคือในชั้นดินดังกล่าวดินมีเนื้อดินเป็นดินเหนียว มีปริมาณดินเหนียว 41.0% และชนิดของแร่องค์ประกอบคือ แร่ดินเหนียวชนิดเคโอลิไนต์ (1:1 type) และแร่ดินเหนียวชนิดมอนต์มอริลโลไนต์ (2:1 type) ในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังพบแร่จาโรไซต์ ซึ่งเป็นแร่ที่มีรูปทรงผลึกเป็นชนิด Pseudo-cubic tabular ช่วยในการแยกตัวของเนื้อดินได้ดีขึ้น หรือทำให้แร่ดินเหนียวมีโครงสร้างเป็น layer silicate ไม่เกาะตัวกัน ส่วนชุดดินรังสิตและชุดดินธัญบุรี แม้จะมีแร่ดินเหนียวชนิดเคโอลิไนต์ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันกับแร่ดินเหนียวชนิดมอนต์มอริลโลไนต์ เช่นเดียวกับชุดดินองครักษ์ แต่ไม่พบแร่จาโรไซต์ทำให้ปริมาณช่องว่างที่เกิดจากการยืดหดตัวของดิน (planar voids) มีปริมาณน้อยกว่าชุดดินองครักษ์ คือ 10% ในชุดดินรังสิต และชุดดินธัญบุรี ที่ระดับความลึก 84/90-135/138 เซนติเมตร ส่วนที่ระดับความลึก 45-84/90 เซนติเมตรของชุดดินธัญบุรี เนื่องจากมีปริมาณอินทรียวัตถุสูงกว่าชุดดินอื่น ๆ คือ 2.14% ทำให้เกิดการขยายตัวของมวลอากาศโดยจุลินทรีย์เกิดเป็นช่องว่างชนิดทรงกลม (vesicles) และมีอิทธิพลเหนือการยืดหดตัวของดินทำให้ไม่พบช่องว่างชนิด planar voids ในชั้นความลึกดังกล่าวของ ชุดดินธัญบุรี สำหรับชุดดินอื่นๆ คือ ชุดดินสระบุรี, ชุดดินเดิมบาง, ชุดดินมโนรมย์, ชุดดินหินกอง ซึ่งชนิดของแร่ดินเหนียวเป็นชนิดเคโอลิไนต์ ปริมาณช่องว่างในดินที่เกิดจากการยืดหดตัวของดินซึ่งได้แก่ planar voids พบสูงสุดถึง 10% ที่ระดับความลึก 30-60 เซนติเมตร และ 60-100 เซนติเมตร ของชุดดินมโนรมย์ รองลงมาคือ 5% ใน ชุดดินสระบุรี เนื่องจากทั้งสองชุดดินมีเนื้อดินเป็นดินเหนียวมีอนุภาคขนาดดินเหนียวมากกว่า 50% แต่ แร่ดินเหนียวซึ่งเป็นแร่ดินเหนียวชนิดเคโอลิไนต์ซึ่งมีความสามารในการยืดและหดตัวได้น้อยกว่าแร่ดินเหนียวชนิดอื่นๆ พบว่ามีอยู่ในชุดดินสระบุรีสูงกว่าชุดดินมโนรมย์ ส่วนชุดดินเดิมบางและชุดดินหินกองมีปริมาณของอนุภาคดินเหนียวที่ค่อนข้างต่ำจึงทำให้พบช่องว่างชนิด planar voids ในทั้งสองชุดดินมีปริมาณที่ต่ำกว่าชุดดินมโนรมย์และชุดดินสระบุรี คือมีปริมาณ <2% ทั้งสองชุดดินยกเว้นในชั้นความลึก 80-130 เซนติเมตรของชุดดินเดิมบางที่พบ planar voids ปริมาณ 5% เนื่องจากปริมาณอนุภาคขนาดดินเหนียวที่มีปริมาณสูงกว่าชั้นดินอื่น ๆ คือ 48.3% ชุดดินท่าขวางและชุดดินมหาโพธิ์ มีอนุภาคขนาดดินเหนียวมากกว่า 40% และประกอบด้วย แร่ดินเหนียวสองชนิดคือ ชนิดเคโอลิไนต์ และชนิดมอนต์มอริลโลไนต์ พบว่ามีปริมาณช่องว่าง เนื่องจากการยืดหดตัวของดิน (planar voids) เป็นปริมาณ 10% เท่ากับชุดดินธัญบุรีและชุดดินรังสิต ยกเว้นในชั้นความลึก 25/280-50 เซนติเมตร ของชุดดินท่าขวาง ซึ่งไม่พบแร่ดินเหนียวชนิดมอนต์มอริลโลไนต์ ทำให้ช่องว่างที่เกิดจากการยืดและหดตัวของดินลดลงอยู่ที่ 5%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *