การศึกษาเปรียบเทียบขนาดของแผ่นตัดบางที่มีต่อลักษณะจุลสัณฐานของดินบางชนิด


ชื่อเรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบขนาดของแผ่นตัดบางที่มีต่อลักษณะจุลสัณฐานของดินบางชนิด ผู้ดำเนินการ 1. นายประมวลพงษ์ สินธุเสน 2. นางสาวหทัยรัตน์ พิชัยณรงค์ บทคัดย่อ         จากการวิจัยพบว่า ชุดดินที่ไม่พบความแตกต่างในลักษณะจุลสัณฐานดินระหว่างแผ่นตัดบางทั้งสองขนาด ได้แก่ชุดดินรือเสาะ และชุดดินยโสธร โดยที่ชุดดินรือเสาะมีโครงสร้างแบบ Vughy structure ดินไม่แยกเป็นก้อนเดี่ยวๆ สัดส่วนของอนุภาคขนาดหยาบต่ออนุภาคละเอียดซึ่งแบ่งที่ 10?m มีค่า 25:75 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบของดินส่วนใหญ่อยู่ในอนุภาคขนาดละเอียด และอนุภาคขนาดหยาบอยู่ในช่วง silt size (50-100?m) เท่านั้น องค์ประกอบของอินทรีย์วัตถุส่วนใหญ่เป็นชนิดที่ผ่านการย่อยสลายที่ไม่สามารถสังเกต           โครงสร้างภายในได้ ซึ่งได้แก่ amorphous organic fine material และ organic pigment และสิ่งที่เกิดจากกระบวนการสร้างดิน ซึ่งได้แก่การสะสมของอนุภาคดินเหนียวเนื่องจากการชะล้าง (Textural pedofeature) ต่างก็มีปริมาณ 5% ในช่วงความลึก 18-35 เซนติเมตร และเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงความลึก 60-95 เซนติเมตร ส่วนการสะสมมวลพอกของเหล็กและแมงกานีสออกไซด์พบในปริมาณที่เท่ากันคือ 10% และอยู่ในช่วงขนาด 50-600 ?m สำหรับชุดดินยโสธร ในช่วงความลึก 15/21-29/32 เซนติเมตร มีโครงสร้างชนิด Compact grain structure ร่วมกับ Pellicular grain structure ซึ่งมีอนุภาคทรายจัดเรียงตัวใกล้ชิดกัน ขณะเดียวกับอนุภาคทรายเหล่านี้แต่ละอนุภาค ก็มีอนุภาคละเอียดหรือสารอสัณฐาน ซึ่งได้แก่เหล็กออกไซด์อยู่ล้อมรอบด้วย ขณะที่ในช่วงความลึก 54-136 เซนติเมตร พบโครงสร้างชนิด Bridged grain structure ซึ่งเกิดจากการที่อนุภาคทรายถูกเชื่อมต่อกันคล้ายสะพานโดยอนุภาคดินเหนียวร่วมอยู่กับโครงสร้างชนิด Pelliclar grain structure ถึงแม้ว่า           สัดส่วนอนุภาคหยาบ : อนุภาคละเอียด โดยแบ่งที่ 10 ?m เป็น 80:20 ซึ่งแสดงถึงองค์ประกอบส่วนใหญ่ของดินอยู่ในอนุภาคขนาดหยาบ แต่ก็อยู่ในช่วง very fine sand (50-100?m) ถึง coarse sand (500-1000 ?m) ชนิดของอินทรียวัตถุ ก็เป็นชนิดที่ผ่านการย่อยสลายจนกระทั่งไม่พบโครงสร้างภายใน การสะสมอนุภาคดินเหนียวเนื่องจากการชะล้างพบในช่วงความลึก 54-136 เซนติเมตร ปริมาณ 2% และการสะสมของสารอสัณฐานเป็นชนิดที่เกิดจากการเคลือบของเหล็กออกไซด์โดยรอบ และในรอยแตกของอนุภาคทรายเท่านั้น มีปริมาณ 5% ในช่วงความลึก 15/21-29/32 เซนติเมตร และ 10% ในช่วงความลึก 54-136 เซนติเมตร ตามลำดับ ชุดดินที่มีความแตกต่างในลักษณะจุลสัณฐานดินบางประการระหว่างแผ่นตัดบางสองขนาด คือ ชุดดินห้วยโป่ง, ชุดดินสกล และชุดดินจตุรัส             ในชุดดินห้วยโป่ง ช่วงความลึก 33-80 เซนติเมตร ลักษณะทางจุลสัณฐานดินที่พบความแตกต่างคือ Basic organic components ทั้งนี้เนื่องจากองค์ประกอบของดินที่เป็นอินทรียวัตถุเป็นชนิดที่การย่อยสลายยังไม่สมบูรณ์ ยังคงเป็นชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่ (2000 X 3000?m) จึงทำให้การกระจายพบเป็นบางบริเวณ ซึ่งทำให้ไม่อาจตรวจพบในแผ่นตัดบางขนาดเล็ก ส่วนในช่วงความลึก 80-110 เซนติเมตร ลักษณะโครงสร้างของดินเป็นแบบ crack structure เป็นโครงสร้างที่เกิดจากการแตกของดินในทิศทางต่างๆ และลักษณะของช่องว่างเป็นชนิดที่เรียกว่า planar voids ดังนั้นการประเมินพื้นที่ช่องว่างในแผ่นตัดบางขนาดเล็กทำให้พบว่า มีพื้นที่ช่องว่างที่สูงกว่าแผ่นตัดบางขนาดใหญ่ คือ 15 % ในแผ่นตัดบางขนาดเล็ก และ 5% ในแผ่นตัดบางขนาดใหญ่             ในชุดดินสกลความแตกต่างในลักษณะทางจุลสัณฐานดินระหว่างแผ่นตัดบางสองขนาดจะเห็นได้อย่างชัดเจนคือ ปริมาณพื้นที่ช่องว่าง (pore space) และสิ่งที่เกิดจากกระบวนการสร้างดิน (pedofeature) กล่าวคือ ใน ช่วงความลึก 0-10 เซนติเมตร พื้นที่ช่องว่างในแผ่นตัดบางขนาดเล็ก พบในปริมาณ 40% ขณะที่ในแผ่นตัดบางขนาดใหญ่มีปริมาณน้อยกว่าคือ 30% และสิ่งที่เกิดจากกระบวนการสร้างดินที่พบว่ามีความแตกต่างในเชิงปริมาณที่เด่นชัดคือ การสะสมของอนุภาคดินเหนียวเนื่องจากการชะล้าง โดยพบปริมาณ 5% ในแผ่นตัดบางขนาดเล็ก และ 20% ในแผ่นตัดบางขนาดใหญ่ และการเคลือบของแร่แมงกานีสออกไซด์ตามผนังช่องว่าง พบว่า มีปริมาณเพียง 20% ในแผ่นตัดบางขนาดเล็ก และ 30% ในแผ่นตัดบางขนาดใหญ่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าองค์ประกอบของดินส่วนใหญ่คือ compound ferruginous nodules ซึ่งเกิดจากการเชื่อมตัวของมวลพอกขนาด ต่าง ๆ เข้าด้วยกันจนกระทั่งมีขนาด 1-5 มิลลิเมตร ทำให้การกระจายในปริมาณพื้นที่ช่องว่าง, การสะสมของ แร่ดินเหนียว เนื่องจากการชะล้าง และการเคลือบของแร่แมงกานีสออกไซด์ตามผนังช่องว่างมีความแตกต่างในเชิงปริมาณอย่างเห็นได้ชัดระหว่างแผ่นตัดบางสองขนาด               ส่วนชุดดินจตุรัส เนื่องจากการมีโครงสร้างที่สัมพันธ์กับช่องว่างมากกว่าหนึ่งชนิด คือ Vughy structure และ Subangular blocky structure ดังนั้นการลำดับความเด่นชัดของโครงสร้างของดินในแผ่นตัดบางขนาดใหญ่ซึ่งเป็นตัวแทนของดินจากกล่องเก็บตัวอย่างดินมาตรฐานได้ดีกว่า ขณะที่แผ่นตัดบางขนาดเล็กซึ่งคลอบคลุมพื้นที่ได้น้อยจะแสดงเพียงลักษณะ Vughy structure ซึ่งเป็นลักษณะโครงสร้างดินที่ไม่แยกตัวกันเพียงเท่านั้น             อย่างไรก็ตามการพิจารณาขนาดของแผ่นตัดบางให้เหมาะสมกับชนิดของดิน และวัตถุประสงค์ของงานจึงมีความสำคัญมากกว่า ทั้งนี้เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งเพื่อความสมบูรณ์ในการปฏิบัติงานด้านจุลปฐพี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *