ความชื้นในดินในพื้นที่เพาะปลูกที่มีระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้แนวหญ้าแฝกในชุดดินมาบบอน


ชื่อเรื่อง ความชื้นในดินในพื้นที่เพาะปลูกที่มีระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้แนวหญ้าแฝกในชุดดินมาบบอน ผู้ดำเนินการ 1. นางสาว ดรุณี ชัยโรจน์ 2. นาง นฤมล จันทวัชรากร 3.นาย สันติ รัตนอานุภาพ บทคัดย่อ           การศึกษาความชื้นในดินในพื้นที่เพาะปลูก ที่มีระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้แนวหญ้าแฝกในชุดดินมาบบอน ณ สถานีพัฒนาที่ดิน จังหวัดระยอง ตั้งแต่ปี 2540-42 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจวัดและเปรียบเทียบ ปริมาณความชื้นในดินในพื้นที่ปลูกพืชที่มีระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้แนวหญ้าแฝกวิธีการต่างๆ และศึกษาอิทธิพลของแนวหญ้าแฝกที่มีผลต่อปริมาณความชื้นในดินที่ระดับความลึกต่างๆ ที่ระยะห่างจากแนวหญ้าแฝก 0.25 เมตร 1.0 เมตร 1.5 เมตร และ 2.0 เมตร ทั้งในส่วนหน้า และหลังแนวหญ้าแฝก รวมทั้งตรวจหาลักษณะการกระจายความหนาแน่นของระบบรากของหญ้าแฝก ในช่วงความลึกดินต่างๆ โดยใช้เครื่องวัดความชื้นนิวตรอน พบว่า วิธีการเตรียมดินโดยการไถพรวนก่อนปลูกพืชมีแนวโน้มว่าสามารถเก็บกักความชื้นไว้ในดินได้ดีกว่า วิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยการปลูกหญ้าแฝก หรือการทำคันดินกั้น และการปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่าตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบในระหว่างวิธีการอนุรักษ์ฯโดยการปลูกหญ้าแฝกที่ระยะห่างระหว่างแนวดิ่งต่างๆกัน มีแนวโน้มว่าการปลูกหญ้าแฝกที่ ระยะห่างระหว่างแนวดิ่ง เท่ากับ 1 เมตร สามารถเก็บกักความชื้นไว้ในดินได้ดีกว่าที่ระยะห่างระหว่างแนวดิ่งเท่ากับ 2 เมตร และ 3 เมตร ตามลำดับ ส่วนอิทธิพลของแนวหญ้าแฝกต่อปริมาณความชื้นในดินซึ่งมีการปลูกพืชร่วมด้วย ที่ระยะห่าง 0.25 เมตร 1.0 เมตร 1.5 เมตร และ 2.0 เมตร ทั้งในส่วนหน้าและหลังแนวหญ้าแฝก พบว่าไม่แตกต่างกัน และรากหญ้าแฝกสายพันธุ์สุราษฎร์ธานีปลูกในชุดดินมาบบอนที่มีอายุประมาณ 4 ปี มีรากหยั่งลึกประมาณ 2 เมตรโดยมีรากกระจายหนาแน่นอยู่ในช่วงความลึกดิน 30-60 0-30 60-90 และลึกลงไปถึง 2 เมตร เรียงตามลำดับจากหนาแน่นมากไปน้อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *