การปรับปรุงความสามารถในการผลิตของชุดดินจันทึก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน


ผู้ดำเนินการ 1. นางชูจิตต์ สงวนทรัพยากร บทคัดย่อ           การปรับปรุงความสามารถในการผลิตของชุดดินจันทึก กลุ่มชุดดินที่ 44 ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เนื้อดินเป็นดินทรายถึงดินร่วนปนทรายเก็บความชื้นได้ไม่นาน ดินแห้งเร็ว โดยใช้สารปรับปรุงชนิดต่าง ๆ ได้แก่ เทอราคอตเต็ม อคาสอร์บ 400 ปุ๋ยหมัก และฮิวมิก้า ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำของกรมวิชาการเกษตร (พืชอายุ 1-3 ปี ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น แบ่งใส่ 6 ครั้งต่อปี ปีที่ 4 แบ่งใส่ 3 ครั้ง คือ ก่อนออกดอก 3 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น ระยะบำรุงผลหลังดอกบาน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น ระยะปรับปรุงคุณภาพก่อนเก็บผลผลิต ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น และในปีที่ 5 แบ่งใส่ 3 ครั้งเช่นกัน ใส่ในอัตรา 1.5 กิโลกรัมต่อต้น) และครึ่งอัตราแนะนำ เป็นเวลา 5 ปี และต่อโครงการอีก 1 ปี (2541-2546)              ทำการทดลองปลูกกระท้อน แบบ Observation trial มี 10 ตำรับๆละ 4 ซ้ำๆละ 2 ต้น สรุปได้ว่า การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของดิน ได้แก่ ความจุน้ำในดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ในตำรับที่ใส่สารปรับปรุงดินอคาสอร์บ 400 ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ (AF1) มีความจุน้ำในดินที่ระดับความลึกทั้ง 3 ระดับ สูงที่สุดและสม่ำเสมอตลอดหลุมปลูก รองลงมา ได้แก่ ตำรับที่ใส่ฮิวมิก้าร่วมกับปุ๋ยเคมีครึ่งอัตราแนะนำ (HF2) สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของดิน ปริมาณอินทรียวัตถุในตำรับที่ใส่ปุ๋ยหมักและฮิวมิก้ามีมากกว่าตำรับอื่น ๆ แต่ยังจัดอยู่ในระดับต่ำ แต่ละปีในดินมีฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืชส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ยกเว้นตำรับที่ใส่ครึ่งอัตราแนะนำและตำรับทดสอบอยู่ในระดับต่ำ เมื่อกระท้อนอายุ 4 ปี ( ปี 2545) เปลี่ยนสูตรปุ๋ยและเพิ่มปริมาณตามอายุพืช ทำให้ทุกตำรับที่ใส่สารปรับปรุงดินมีปริมาณฟอสฟอรัสอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะตำรับที่ใส่ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีทั้งสองอัตรา (CF1 และ CF2) ตำรับที่ใส่ฮิวมิก้าร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ (HF1) และตำรับที่ใส่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว มีปริมาณฟอสฟอรัสสูงมาก 54-91 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สำหรับปริมาณโพแทสเซียมในดินจะมีมากในตำรับที่ใส่ฮิวมิก้าร่วมกับปุ๋ยเคมีทั้งสองอัตรา (HF1 และ HF2) มีระดับปานกลางถึงสูง 78-114 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สำหรับใบกระท้อนในปีที่ 5 มีปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจนทั้งหมดสูงในตำรับที่ใส่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว (F1) รองลงมาได้แก่ตำรับที่ใส่ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ (CF1) และตำรับที่ใส่เทอราคอตเต็มร่วมกับปุ๋ยอัตราแนะนำ (TF1) มีปริมาณฟอสฟอรัสทั้งหมดสูงเฉพาะในตำรับที่ใส่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว (F1) ส่วนโพแทสเซียมไม่แตกต่างกัน เพราะพืชนำโพแทสเซียมไปใช้ในการสร้างผลผลิต และทั้ง 3 ธาตุ ไม่มีความสัมพันธ์ทางสถิติระหว่างธาตุอาหารในดินและในใบกระท้อน          สำหรับการเจริญเติบโตและผลผลิตของกระท้อน ตำรับที่ใส่อคาสอร์บ 400 ร่วมกับปุ๋ยทั้งสองอัตรา (AF1 และ AF2) และตำรับที่ใส่ฮิวมิก้าร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ (HF1) มีการเจริญเติบโตทางความสูงมากที่สุด สำหรับตำรับที่ใส่อคาสอร์บ 400 ร่วมกับปุ๋ยทั้งสองอัตรา (AF1 และ AF2) ตำรับที่ใส่สารเทอราคอตเต็ม ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ (TF1) และตำรับที่ใส่ปุ๋ยหมักกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ (CF1) มีการเจริญเติบโตของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่มมากที่สุด สำหรับผลผลิตของกระท้อน ปี 2545 และปี 2546 พบว่า ตำรับที่ใส่ อคาสอร์บ 400 ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ (AF1) ให้ผลผลิตรวม 907.35 กิโลกรัม/ไร่ และค่าตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงที่สุด 15,627.75 บาท/ไร่ รองลงมา ได้แก่ ตำรับที่ใส่เทอราคอตเต็มร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ (TF1) ให้ผลผลิตรวม 843.30 กิโลกรัม/ไร่ และค่าตอบแทนทางเศรษฐกิจ 14,026.50 บาท และฮิวมิก้าร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ (HF1) ให้ผลผลิตรวม 671.55 กิโลกรัม/ไร่ และค่าตอบแทนทางเศรษฐกิจ 8,732.75 บาท ขณะที่ตำรับทดสอบ (Control) และตำรับที่ใส่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว (F1) ให้ผลผลิตรวม 168.75 และ 260.70 กิโลกรัม/ไร่ และค่าตอบแทนทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 3,018.75 และ 2,341.50 บาท สำหรับตำรับที่ใส่ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีทั้งสองอัตรา ให้ผลผลิตสูง แต่ค่าตอบแทนทางเศรษฐกิจต่ำ เนื่องจากปุ๋ยหมักมีราคาสูงและต้องใช้ในปริมาณมาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *